header image
 

แคชเมียร์{Kashmir} แดนสวรรค์กลางดงกระสุน : วันที่ 6

 ^^^^เที่ยวสวนในวันสวนปิด…ก่อนมุ่งสู่อัครา^^^^

 

*บนรถระหว่างทาง

ตื่นแต่เช้าแปดโมง วันนี้เราจะออกไปชมสวนสวยในเมืองกันเป็นการปิดท้าย ก่อนไปขึ้นเครื่องกลับเดลลีตอนเที่ยง

ด้วยเวลาจำกัด เราเรียกสามล้อไปยังสวนชาลิมาร์หนึ่งในสวนที่เราสุ่มเลือกไป ด้วยราคาไป-กลับ 180 รูปี ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกับระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร ฝ่าลมหนาวยะเยือก

 

*หน้าทางเข้าสวนชาลิมาร์

*แอบ

ครับเราต้องแอบส่องดู เพราะวันนี้สวนปิด ทั้งๆที่ในโลกเดียวดาย บอกไว้ว่าเปิดพุธถึงจันทร์นี่นา นี่เล่นเขียนบอกติดไว้เลยว่าปิดทุกวันศุกร์ซะงั้นหละ

เราพยายามขอลุกแกเปิดแง้มให้เราดูจากข้างนอกแกก็ไม่ยอม พี่คนขับก็เลยไปลองคุยดูให้

*ส่องดูทุกรู

*ลุงผู้ดูแล

ในที่สุดความพยายามก็เป็นผล หรือเพราะเวทนากันหว่า เห็นก้มๆมองๆส่องๆกันอยู่ได้ ไล่ก็ไม่ไป แกเลยเปิดประตูให้พวกเรายิงรูปกัน แต่ยังคงยืนยันไม่ให้เหยีบเข้าไปตามเดิม

แกเป็นตงฉินจิงๆ

*อีกสักรูป

เสียดายเลย แต่ก็ยังดีที่ได้เห็น แม้จะไกลก็ตามที

*หน้าสวน Nishat Bagh

คนขับยังคงพยายามให้เราแวะถ่ายรูปที่สวนแห่งนี้ซึ่งก็ปิดเช่นกัน ถ่ายด้านหน้าไว้ก็ยังดี

*วิวทะเลสาปดาล ด้านหน้าสวน Nishat Bagh

*ใต้ร่มเงาไม้ระหว่างทาง

*ภาพสุดท้าย กับการตรวจตราเข้มหน้าสนามบิน

กลับมาที่พักก็เก็บของลงมาเรียกรถจี๊ปไปสนามบิน 300 รูปี

ที่สนามบินมีการตรวจตราเข้ม ทหารดูชุมกว่าปรกติ เห็นว่ามีคนระดับสูงของกองทัพอยู่ภายในสนามบิน ก่อนเข้าสนามบินก็ต้องโชว์ตั๋วเครื่องบินให้พี่ทหารดูก่อนเป็นการยืนยัน ผ่านมาก็ต้องลงเอาสัมภาระไปผ่านการสแกน และค้นตัวกันเล็กน้อยพร้อมถูกสั่งให้ถอดแบ็ตเตอร์รี่กล้อง และถ่านออกไปใส่ไว้ในกระเป๋าใหญ่แทน ห้ามติดตัวขึ้นเครื่อง ภาพนี้เลยเป็นภาพสุดท้ายในแคชเมียร์ด้วยประกาศฉะนี้

ออกมานั่งรถคันเดิมต่อเข้าไปอาคารสนามบิน กว่าจะไปขึ้นเครื่องได้ก็ถูกสแกนกระเป๋า และค้นตัวอีก 3 รอบ รอบสุดท้ายนี่ก่อนขึ้นบันไดเครื่องไม่ถึง 200 เมตร ด้วยซ้ำ มาตรฐานความปลอดภัยได้ใจจริงๆ

*รถเมล์เข้าเมือง

ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษจากศรีนาร์กา ก็มาอยู่หน้าสนามบินภายในประเทศแล้ว ยืนรอรถเมล์เข้าเมืองไปสถานีรถไฟอยู่นานก็ไม่มีวี่แวว เลยอเดินออกไปตามถนนเพื่อหาป้ายรถเมล์ ซักพักเจ้ารถเมล์คันนี้ก็วิ่งมาเราเลยรีบกระโดขึ้นโดยไว กับราคา 50 รูปีต่อคน

*สถานีรถไฟนิวเดลลี

นั่งรถเมล์มาไม่ต้องกลัวลงไม่ถูกเลยครับ พอถึงคนเก็บตั๋วกะคนขับก็จะหันมาบอกเราให้เตรียมตัวลง และจอดให้เป็นอย่างดีเลยครับ ชนิดที่อดเทียบกับสาย 8 แถวบ้ามผมไม่ได้เลย

รถมาจอดอีกฝากของตัวอาคาร เราต้องเดินขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟไปจนสุดสะพาน รางรถไฟและคนพลุกพล่าน กว่าหัวลำโพงหลายเท่าเลย

*ทางเดินข้ามรางรถไฟ

เดินไปเรื่อยๆครับ บนสะพานมีตัววิ่งสีแดง และเลขชานชาลาบอกเป็นระยะ

*สถานนีรถไฟนิวเดลลี

ต้องนิวเดลลีนะครับอย่าไป อันที่ชื่อเดลลีเฉยๆนะ เดินลงมาจากสะพานเราก็มาออกที่ด้านข้างของตัวอาคาร จากนั้นก็เดินเข้าตรงทางเข้าหน้าตัวอาคาร แล้วหาบันได้เดินขึ้นไปชั้นสองกันเลย หาไม่ยากครับ

*International Tourist Bureau

มาถึงชั้นสองก็เข้ามาในนี้เลยครับ เปิดทุกวัน 8 โมง-2 ทุ่ม วันอาทิตย์ปิดบ่าย 2 มีที่นั่ง ห้องแอร์เย็นๆ มีตารางเดินรถขนาดใหญ่ติดให้ดูอยู่ เดินไปหยิบแบบฟอร์มมากรอก ใส่วันที่ เวลา รอบรถไฟ จุดหมาย ชื่อ และหมายเลขพาสปอร์ต แล้วก็ไปนั่งเข้าคิวรอได้เลย

หากสงสัยก็มีเจ้าหน้าที่หน้าดุ แต่ใจดี คอยให้บริการสอบถามอยู่ครับ ที่นี่ให้บริการจองตั๋วรถไฟทั๋วประเทศแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ให้ได้รับความสะดวก ไม่ต้องคอยไปสุ้รบปรบมือแย่งตั๋วกับพี่แขกด้านล่างให้ได้เมื่อยเลย แต่ทว่า………………..

รอบรถขาไปของผมตอน 1 ทุ่มไม่สามารถจองให้ได้จากข้างบน เพราะมันกระชั้นเวลาเกินไปมันต้องจองล่วงหน้า เพราะนี่ก็ปาไป 3 โมงครึ่งแล้ว แต่ยังแย่ไม่พอขากลับก็เต็มหมดไม่มีเหลือ 

เจ้าหน้าที่จดเบอร์ช่องขายตั๋วด้านล่างให้ เราลงมาจองกัน 2 คน ให้เพื่อนอีกขนเฝ้าของไว้ด้านบน แถวพี่แขกยาวเหยียดรอเรา เข้าคิวไปก็ต้องระวังพวกแขกจอมเสียบ แขกมั่ว แขกแทรกอยู่เป็นระยะ กว่าจะได้ตั๋วมาก็มีโมโหไปหลายที เป็นศรีแก่ชีวิต             

จองล่วงหน้าเถอะครับมันไม่สนุกเลยจริงๆ  

     

*ตรอกแถว สถานีรถไฟ

เดินออกมาหาซื้อของกินรองท้องกันแถวหน้าสถานี เพียบเลยครับ

*เย็นย่ำ

*ดาดฟ้าอาคารสถานีรถไฟ

แล้วรถไปก็ออกเดินทางสู่อัครา ใช้เวลา 3 ชั่วโมง กับค่าตั๋วตู้แอร์ 240 รูปี

*ขบวนแห่เทพเจ้า งานวัดฮินดู

รถมาถึงสถานี 4 ทุ่ม ไม่รอช้าเดินออกมาเรียกสามล้อเครื่องไปย่าย Taj Ganj ในราคา 80 รูปีเพราะเห็นว่ดึกแล้ว

ปรากฎว่าเต็มหมดเลยครับ ทั้งย่าน เราคงมาดึกเกินไป จะมีก็ต้องรอถึงเช้าซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ จะมีก็ที่นึงเดินไปดู ก็เก่าเกินกว่าจะนอนไหว เราเลยต้องให้สามล้อพาไปดูที่อื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เต็มหมด จะเหลือก็แต่พวกโรงแรมดีๆราคาเป็นพันขึ้น ไปดุมาที่นึงหรูหรามหาราชา ไม่กล้านอนเลย 

สุดท้ายจำยอมจริงๆเหนื่อยขี้เกียจหาแล้ว ได้ห้องใต้ดินดูเก่าๆ โทรมๆริมถนน เหลืออยู่ราคา 550 รูปี แพงเกินคุณภาพมาก แต่เอาเถอะนี่ก็ 5 ทุ่มกว่าไปแล้ว

สักพักขบวนแห่ก็มาผ่านหน้าที่พักให้ได้ตื่นเต้นใจ

แคชเมียร์{Kashmir} แดนสวรรค์กลางดงกระสุน : วันที่ 5

^^^^ฝ่ากลางตลาดน้ำ…จับม้าขึ้นพาหาแกรม^^^^

*แคชเมียร์ในสายน้ำ

เข้าสู่วันที่ 5 แล้ว วันนี้จะพาไปเที่ยวตลาดน้ำยามเช้าในทะเลสาปดาลกัน จากนั้นจับรถไปกันต่อที่ทุ่งหญ้าพาหาแกรมกันต่อ

ในห้วงวันก่อนๆ

*เหยี่ยวกลางสายหมอก

เช้านี้เราออกตัวกันแต่ 6 โมงครึ่ง เดินจากโรงแรมไปแถบริมแม่น้ำหาเรือชิคาร่าไปชมตลาดน้ำ ที่ผู้คนเอาของมาแลกเปลี่ยนกันที่กลางทะเลสาปดาล ได้เรือจากลุงคนนึงที่ท่าในราคา 350 รูปี  

*ควันลอยขึ้นจากผิวน้ำ

วันนี้มันช่างหนาวกว่าวันก่อนๆ เช้านี้ก็ยังคงเงียบเชียบเหมือนวันวาน น้ำก็ยังนิ่งและเย็น

*แสงแรกฉาบขึ้นเหนือทะเลสาป

*ลุงแกพายเนิบจนโดนแซง

*และก็ยังคงเนิบๆอยู่

พายผ่านหมู่เรือบ้าน มาโผล่แปลงปลูกดอกไม้ก็แล้ว ผ่านบ้านกลางน้ำก็อีก ยังคงไม่มีวี่แววตลาดเลย หรือตลาดจะวายกันไปหมดแล้ว

*สองเงาในดาลเลค

อ่าในที่สุดก็ถึงผู้คนยังคงคึกคักแม้ว่าเราจะมาสายไปนิดหน่อย เรือนับสิบๆลำลอยเจรจาแลกเปลี่ยนกันสนุก

*คุยไรกันอะ

*กวาดตาหาของ

*อะเจอแล้วแต่ยังไม่โดน

*อันนี้น่าสน

เดี๋ยวกลับมาต่อยังไม่จบครับพอดีโพสข้ามวันไป

East Meet West

นอกจากเรื่องราวท่องเที่ยวแล้ว ผมได้เพิ่มหมวดเรื่องของการออกแบบในแขนงต่างๆที่เห็นว่าน่าสนใจเข้ามาอีกประเด็น ประการแรกด้วยอยากเก็บไว้ดูเอง ประการต่อมาได้พบเจอะเจอของดีก็อยากบอกต่อเลยขอเอาเรื่องนี้ประเดิมหมวดใหม่เสียเลย

ได้รับนับอีเมล์มาฉบับนึง เป็นภาพกราฟฟิคอย่างง่ายที่สื่อเปรียบเทียบกันระหว่างวัฒนธรรมของคนตะวันตกกับคนตะวันออก ในเรื่องต่างๆได้อย่างเรียบง่าย น่าสนใจ และหยิกกัดได้น่ารักทีเดียว

ภาพสัญลักษณ์ทั้งหมดนี้ถูกคิดและออกแบบ โดย Liu Young ชาวจีนโดยกำเนิดจากฝั่งตะวันออก และได้รับการศึกษาจากผั่งตะวันตกที่เยอรมัน

ฝั่งสีน้ำเงิน หมายถึง คนจากฝั่งตะวันตก

ฝั่งสีน้ำแดง หมายถึง คนจากฝั่งตะวันออก

Opinion

Way of Life

Punctuality

Contacts

Anger

Queue when Waiting

Sundays on the Road

Party

In the restaurant

Travelling


Handling of Problems

Three meals a day

Transportation

Elderly in day to day life

Moods and Weather
 

The Boss

What’s Trendy

The child

{ข้ามสะหวัน_ขึ้นเหนือ_ไปเมืองเวียด} : แรกเริ่ม

25 ธันวา-2 มกรา ปีใหม่ไปเวียดนามอีกเป็นครั้งที่ 2 บนเส้นทางที่แตกต่างจากคราแรก

การเดินทางเริ่มด้วยรถบัสจากกรุงเทพสู่ มุกดาหาร ข้ามสะหวันเขตของลาว จนถึงเมืองเว้ตอนกลางของเวียดนาม แล้วขึ้นเหนือสู่กรุงฮานอย ล่องเรือในอ่าวฮาลอง ก่อนจับเรือพายชมธรรมชาติสุดสวยที่ แทม ค็อง, นิงห์บิงห์ ต่อรถไฟขึ้นเหนือสุดปลายประเทศที่ซาปา ด้วยความหนาวสุดใจ 5 องศา แล้วบินกลับจากฮานอยสู่กรุงเทพกับน้องนก 3 บาท

รายละเอียด และรูป รอชมนะคร้าบบบบ

ภูติประจำกาย

มีโอกาศไปดูหนังอภินิหารเห็ดเข็มทอง เอ้! เข็มทิศทองคำ ยังคิดอยู่ว่าอยากมีภูติมาช่วยทำงานบ้างจัง

และแล้วก็มีคนชวนให้ได้ไปลองเล่นหาภูติให้กับตัวเองดูในเวป  http://www.goldencompassmovie.com/  นี

ตอบคำถามไป 20 ข้อและก็ได้เจ้าตัวนี้มาเป็นภูติ snow-leopard เทห์ดีแฮะว่าไม๊ ใครยังไม่มีภูติประจำกายไปลองไปเล่นดูครับแล้วมาบอกกัน